
วัฒนธรรมวังประจบ:
กล่องหิน พิธีกรรม และผู้คน
โดย พิพัฒน์ กระแจะจันทร์
นิสิตปริญญาโท ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัฒนธรรมวังประจบตั้งชื่อตามตำบลวังประจบ อ.เมือง จ.ตาก พื้นที่แห่งนี้ได้ค้นพบพิธีกรรมสมัยโบราณที่ยังไม่สามารถถอดความหมายได้อย่างแน่ชัด คือ การทำกล่องหินที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับโลงศพ ซึ่งถือเป็นการค้นพบครั้งแรกในประเทศไทย ผลจากการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์พบว่าวัฒนธรรมนี้น่าจะมีอายุระหว่าง 2530-2350 ปีมาแล้ว เป็นกลุ่มคนที่ยังคงใช้เครื่องมือหินแบบขวานหินขัดจึงจัดว่าเป็นกลุ่มคนในวัฒนธรรมหินใหม่ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของผลการดำเนินงานทางโบราณคดีในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งผู้เขียนอยู่ในฐานะของผู้ปฏิบัติงานขุดค้นภายใต้การควบคุมและสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลวังประจบ และสำนักงานศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กรมศิลปากร
ลักษณะทางวัฒนธรรมของวัฒนธรรมวังประจบ
แหล่งโบราณคดีในกลุ่มวัฒนธรรมวังประจบเท่าที่สำรวจพบขณะนี้มีจำนวน 4 แหล่งได้แก่ แหล่งโบราณคดีบ้านแก่งหิน แหล่งโบราณคดีบ้านหนองร่ม แหล่งโบราณคดีบ้านวังประจบ และแหล่งโบราณดคีนายเสียน (เขาฝาง 2) สามแห่งหลังได้รับการขุดค้นอย่างเป็นระบบ สามารถแบ่งประเภทของแหล่งได้เป็น 2 ประเภทได้แก่ แหล่งที่อยู่อาศัยประกอบด้วยแหล่งโบราณดคีบ้านแก่งหิน และบ้านหนองร่ม และแหล่งพิธีกรรมประกอบด้วยแหล่งโบราณดคีบ้านวังประจบ และบ้านวังประจบ แหล่งโบราณคดีทั้งสี่แห่งอยู่ในรัศมีที่ห่างกันไม่มากสามารถเดินถึงกันได้ครอบคลุมพื้นทีประมาณ 12X12 ตารางกิโลเมตร
กล่องหิน พิธีกรรม และผู้คน
โดย พิพัฒน์ กระแจะจันทร์
นิสิตปริญญาโท ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัฒนธรรมวังประจบตั้งชื่อตามตำบลวังประจบ อ.เมือง จ.ตาก พื้นที่แห่งนี้ได้ค้นพบพิธีกรรมสมัยโบราณที่ยังไม่สามารถถอดความหมายได้อย่างแน่ชัด คือ การทำกล่องหินที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับโลงศพ ซึ่งถือเป็นการค้นพบครั้งแรกในประเทศไทย ผลจากการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์พบว่าวัฒนธรรมนี้น่าจะมีอายุระหว่าง 2530-2350 ปีมาแล้ว เป็นกลุ่มคนที่ยังคงใช้เครื่องมือหินแบบขวานหินขัดจึงจัดว่าเป็นกลุ่มคนในวัฒนธรรมหินใหม่ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของผลการดำเนินงานทางโบราณคดีในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งผู้เขียนอยู่ในฐานะของผู้ปฏิบัติงานขุดค้นภายใต้การควบคุมและสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลวังประจบ และสำนักงานศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กรมศิลปากร
ลักษณะทางวัฒนธรรมของวัฒนธรรมวังประจบ
แหล่งโบราณคดีในกลุ่มวัฒนธรรมวังประจบเท่าที่สำรวจพบขณะนี้มีจำนวน 4 แหล่งได้แก่ แหล่งโบราณคดีบ้านแก่งหิน แหล่งโบราณคดีบ้านหนองร่ม แหล่งโบราณคดีบ้านวังประจบ และแหล่งโบราณดคีนายเสียน (เขาฝาง 2) สามแห่งหลังได้รับการขุดค้นอย่างเป็นระบบ สามารถแบ่งประเภทของแหล่งได้เป็น 2 ประเภทได้แก่ แหล่งที่อยู่อาศัยประกอบด้วยแหล่งโบราณดคีบ้านแก่งหิน และบ้านหนองร่ม และแหล่งพิธีกรรมประกอบด้วยแหล่งโบราณดคีบ้านวังประจบ และบ้านวังประจบ แหล่งโบราณคดีทั้งสี่แห่งอยู่ในรัศมีที่ห่างกันไม่มากสามารถเดินถึงกันได้ครอบคลุมพื้นทีประมาณ 12X12 ตารางกิโลเมตร
ลักษณะอันโดดเด่นของวัฒนธรรมวังประจบคือ การทำกล่องหิน เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อ กล่องหินนี้โดยทั่วไปมีขนาดยาวประมาณ 2 เมตร กว้างประมาณ 70 เซนติเมตร สูงประมาณ 50 เซนติเมตร ขนาดพอดีตัวคนลงไปนอนได้ ทำจากหินฟิลไลท์ มีน้ำหนักมากกว่า 200 กิโลกรัม ใช้วิธีการสกัดหิน และการขัด ภายในบรรจุภาชนะดินเผา ลูกปัด กำไลหิน แวดินเผา ซึ่งมีความแตกต่างกันไปในแต่ละกล่องหิน ส่วนหลักฐานรอบนอกที่พบร่วมได้แก่ แนวแผ่นหินตั้ง และขวานหินขัด แต่ภายในกล่องหินเหล่านี้ไม่พบโคงกระดูกมนุษย์หรือเถ้ากระดูกแต่อย่างใด ซึ่งได้เป็นปริศนามาจนทุกวันนี้ จากลักษณะอันโดดเด่นข้างต้นนี้เองจึงได้จัดให้หลักฐานทางโบราณคดีที่พบทั้งหมดเป็นวัฒนธรรใหม่เรียกว่า "วัฒนธรรมวังประจบ"
พิธีกรรม และผู้คน
การเกิดระบบความเชื่อไม่ได้เป็นเรื่องของการแสดงออกทางสังคมเพียงบุคคลคนเดียว (Individual) เท่านั้น แต่ต้องประกอบไปด้วยกลุ่มคนจำนวนมากในชุมชน (Community) ผู้ซึ่งดำรงชีวิตอยู่ร่วมกัน ร่วมแบ่งปันยึดถือวัฒนธรรมเดียวกัน พูดจาภาษาเดียวกัน รวมถึงการมีโลกทัศน์ และมุมมองต่อโลกแบบเดียวกัน (Renfrew and Bahn 1996) ความเชื่อไม่ได้เป็นเพียงเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ในโลกนี้เท่านั้น แต่ความเชื่อที่ปรากฏขึ้นในโลกปัจจุบันส่วนหนึ่งย่อมเป็นสิ่งที่มีความสืบเนื่องมาจากอดีต และยังมุ่งหวังให้ความเชื่อสืบต่อไปในอนาคตด้วย ทั้งหมดนี้ได้นำไปสู่การประดิษฐ์สร้างสิ่งของขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของความเชื่อในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป เช่น ในศาสนาพุทธมีการสร้างสถูปเจดีย์ขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เป็นต้น ระบบสัญลักษณ์ทางความเชื่อนี้จะเป็นสิ่งที่ยากสำหรับกลุ่มคนภายนอกจะเข้าใจได้ แต่จะสามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดายสำหรับกลุ่มคนในวัฒนธรรมเดียวกัน ซึ่งพูดจาภาษาเดียวกัน มีประสบการณ์ร่วมเช่นเดียวกันได้ สัญลักษณ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมานี้ไม่ได้เป็นเพียงความพยายามในการอธิบายโลกรอบตัวของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังพยายามสื่อสารและควบคุมกลุ่มคน จัดระบบกับสังคม และยังส่งต่อสัญลักษณ์ตลอดจนระบบความคิดที่อยู่ในสัญลักษณ์ไปยังอนุชนรุ่นหลัง (Renfrew and Bahn 1996)
ย
จากหลักฐานทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า แหล่งโบราณคดีบ้านวังประจบเป็นพื้นที่สำหรับการประกอบพิธีกรรมที่มีความศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนในวัฒนธรรมหินใหม่ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนในชุมชนมีการรวมตัวกันเพื่อช่วยกันสร้างกล่องหินขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่บูชา ซึ่งพิธีกรรมนี้จะต้องมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมากจึงทำให้คนในชุมชนลงแรงกันเพื่อสร้างกล่องหินขึ้น เพราะการสร้างกล่องหินขึ้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างเป็นเวลานาน อาจใช้เวลามากถึง 1 เดือน และรวมถึงอาจต้องใช้กำลังทรัพย์ในการเลี้ยงดูผู้ที่มาช่วยกันทำกล่องหิน
จากหลักฐานทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า แหล่งโบราณคดีบ้านวังประจบเป็นพื้นที่สำหรับการประกอบพิธีกรรมที่มีความศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนในวัฒนธรรมหินใหม่ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนในชุมชนมีการรวมตัวกันเพื่อช่วยกันสร้างกล่องหินขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่บูชา ซึ่งพิธีกรรมนี้จะต้องมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมากจึงทำให้คนในชุมชนลงแรงกันเพื่อสร้างกล่องหินขึ้น เพราะการสร้างกล่องหินขึ้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างเป็นเวลานาน อาจใช้เวลามากถึง 1 เดือน และรวมถึงอาจต้องใช้กำลังทรัพย์ในการเลี้ยงดูผู้ที่มาช่วยกันทำกล่องหิน
ย
กลุ่มคนที่เข้าร่วมในพิธีกรรมนี้ประกอบด้วยกลุ่มคนหลายกลุ่ม ซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกันไปได้แก่ กลุ่มช่าง ประกอบด้วยช่างผู้ชำนาญการทำกล่องหิน ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการขนหิน การสกัด การขัดหิน และประกอบกล่องหินให้เป็นรูปทรง อีกทั้งยังต้องมีกลุ่มคนอีกกลุ่มที่ทำหน้าที่ผลิตภาชนะดินเผาเพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม ซึ่งจะต้องเริ่มจากการเตรียมดิน การปั้นภาชนะดินเผา และการเผา ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นหลายวัน และยังอาจมีกลุ่มของช่างทำกำไลเพื่อนำมาใช้ในพิธีกรรมอีกด้วย และกลุ่มคนที่มีความสำคัญอย่างมากซึ่งจะทำให้พิธีกรรมเกิดความสมบูรณ์ได้คือกลุ่มของผู้ศักดิ์สิทธิ์อาจได้แก่หมอผีหรือผู้นำเผ่า เป็นไปได้ว่าผู้ศักดิ์สิทธิ์นี้เองที่จะเป็นคนสำคัญในการกำหนดลักษณะของพิธีกรรม ประเภทของสิ่งที่อุทิศไว้ภายในหรือภายนอกกล่องหิน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ประเภทและจำนวนของโบราณวัตถุที่พบมีความแตกต่างกัน แต่ความแตกต่างกันนี้ก็ยังมีความเกี่ยวข้องกับสถานภาพทางสังคมของผู้ที่ดำริให้สร้างกล่องหินขึ้นด้วย นอกจากนี้ในพิธีกรรมคงจะต้องมีการทำอาหารขึ้นเพื่อเลี้ยงคนในสังคมและใช้เป็นของสำหรับการบูชาอีกด้วย กิจกรรมหลังนี้อาจเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่บริเวณที่ไม่พบหลักฐานทางโบราณคดี
กลุ่มคนที่เข้าร่วมในพิธีกรรมนี้ประกอบด้วยกลุ่มคนหลายกลุ่ม ซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกันไปได้แก่ กลุ่มช่าง ประกอบด้วยช่างผู้ชำนาญการทำกล่องหิน ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการขนหิน การสกัด การขัดหิน และประกอบกล่องหินให้เป็นรูปทรง อีกทั้งยังต้องมีกลุ่มคนอีกกลุ่มที่ทำหน้าที่ผลิตภาชนะดินเผาเพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม ซึ่งจะต้องเริ่มจากการเตรียมดิน การปั้นภาชนะดินเผา และการเผา ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นหลายวัน และยังอาจมีกลุ่มของช่างทำกำไลเพื่อนำมาใช้ในพิธีกรรมอีกด้วย และกลุ่มคนที่มีความสำคัญอย่างมากซึ่งจะทำให้พิธีกรรมเกิดความสมบูรณ์ได้คือกลุ่มของผู้ศักดิ์สิทธิ์อาจได้แก่หมอผีหรือผู้นำเผ่า เป็นไปได้ว่าผู้ศักดิ์สิทธิ์นี้เองที่จะเป็นคนสำคัญในการกำหนดลักษณะของพิธีกรรม ประเภทของสิ่งที่อุทิศไว้ภายในหรือภายนอกกล่องหิน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ประเภทและจำนวนของโบราณวัตถุที่พบมีความแตกต่างกัน แต่ความแตกต่างกันนี้ก็ยังมีความเกี่ยวข้องกับสถานภาพทางสังคมของผู้ที่ดำริให้สร้างกล่องหินขึ้นด้วย นอกจากนี้ในพิธีกรรมคงจะต้องมีการทำอาหารขึ้นเพื่อเลี้ยงคนในสังคมและใช้เป็นของสำหรับการบูชาอีกด้วย กิจกรรมหลังนี้อาจเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่บริเวณที่ไม่พบหลักฐานทางโบราณคดี

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ในการประกอบพิธีกรรมจะต้องเกิดขึ้นจากความร่วมมือของกลุ่มคนจำนวนมากโดยเฉพาะจากกลุ่มช่างผู้ชำนาญพิเศษ กลุ่มช่างเหล่านี้เชื่อว่าส่วนใหญ่แล้วเป็นช่างที่ทำงานเป็นอาชีพเช่นการเป็นช่างผลิตเครื่องมือหินขัด กำไลหิน และภาชนะดินเผา เพื่อรองรับกับความต้องการของชุมชน ช่างผู้ชำนาญพิเศษเหล่านี้อาจไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่ในการผลิตอาหารเช่นการปลูกข้าวแต่ใช้สิ่งของที่ตนผลิตแลกเปลี่ยนอาหารและสิ่งของอื่นๆ กับคนในชุมชนของตนหรือภายนอก
ย
ในแง่ของสังคมแล้ว กลุ่มคนในวัฒนธรรมหินใหม่แห่งบ้านวังประจบจึงเป็นกลุ่มคนที่มีการรวมตัวกันในระดับหมู่บ้านขนาดใหญ่พอสมควร จัดเป็นสังคมในระดับชนเผ่า (Tribe / Segmentary society) อาจมีประชากรประมาณ 1,000 คน มีการรวมตัวกันเป็นระบบ มีสถาบันทางด้านความเชื่อ มีระบบในการปกครอง และมีอาชีพเฉพาะทาง (Craft specialists) ทั้งนี้เนื่องจากการที่กลุ่มคนเหล่านี้มีพิธีกรรมเฉพาะของชุมชนที่ต้องใช้คนจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนว่าชุมชนน่าจะมีขนาดใหญ่พอสมควร เพราะการที่จะรวมกลุ่มคนจำนวนมากได้จำเป็นจะต้องมีหัวหน้าเผ่าในการปกครอง และรวมถึงการมีผู้นำทางจิตวิญญาณหรือหมอผีประจำเผ่า ซึ่งอาจจะเป็นผู้อาวุโสหรือมีอำนาจพิเศษ (Religious elder) นอกจากนี้แล้วการรู้จักการกำหนดทิศทางในการวางกล่องหินและแนวแผ่นหินตั้งได้สะท้อนถึงการมีความรู้เรื่องทิศ ซึ่งเป็นไปได้ว่าการประกอบพิธีกรรมในพื้นที่แห่งนี้น่าจะมีการกำหนดวันเวลาที่แน่นอนเช่น อาจปฏิทินสำหรับการประกอบพิธีกรรมประจำปี (Calendrical ritual)
ในแง่ของสังคมแล้ว กลุ่มคนในวัฒนธรรมหินใหม่แห่งบ้านวังประจบจึงเป็นกลุ่มคนที่มีการรวมตัวกันในระดับหมู่บ้านขนาดใหญ่พอสมควร จัดเป็นสังคมในระดับชนเผ่า (Tribe / Segmentary society) อาจมีประชากรประมาณ 1,000 คน มีการรวมตัวกันเป็นระบบ มีสถาบันทางด้านความเชื่อ มีระบบในการปกครอง และมีอาชีพเฉพาะทาง (Craft specialists) ทั้งนี้เนื่องจากการที่กลุ่มคนเหล่านี้มีพิธีกรรมเฉพาะของชุมชนที่ต้องใช้คนจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนว่าชุมชนน่าจะมีขนาดใหญ่พอสมควร เพราะการที่จะรวมกลุ่มคนจำนวนมากได้จำเป็นจะต้องมีหัวหน้าเผ่าในการปกครอง และรวมถึงการมีผู้นำทางจิตวิญญาณหรือหมอผีประจำเผ่า ซึ่งอาจจะเป็นผู้อาวุโสหรือมีอำนาจพิเศษ (Religious elder) นอกจากนี้แล้วการรู้จักการกำหนดทิศทางในการวางกล่องหินและแนวแผ่นหินตั้งได้สะท้อนถึงการมีความรู้เรื่องทิศ ซึ่งเป็นไปได้ว่าการประกอบพิธีกรรมในพื้นที่แห่งนี้น่าจะมีการกำหนดวันเวลาที่แน่นอนเช่น อาจปฏิทินสำหรับการประกอบพิธีกรรมประจำปี (Calendrical ritual)
ย

กลุ่มคนเหล่านี้มีการอยู่อาศัยติดที่ มีการปลูกสร้างอาหารที่ทำจากไม้ไว้ใช้งานดังเห็นได้จากการสร้างศาลผีในแหล่งโบราณคดี และน่าจะต้องมีการปลูกสร้างบ้านรวมกลุ่มกันเป็นหมู่บ้าน ผู้คนในสังคมรู้จักการประดับตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับประดับเช่น ลูกปัด และกำไลหิน กำไลหินเหล่านี้มีหลากหลายรูปทรงสะท้อนให้เห็นว่าคนในสังคมนี้มีความคิดในเรื่องของศิลปะและความงาม

กลุ่มคนเหล่านี้มีการอยู่อาศัยติดที่ มีการปลูกสร้างอาหารที่ทำจากไม้ไว้ใช้งานดังเห็นได้จากการสร้างศาลผีในแหล่งโบราณคดี และน่าจะต้องมีการปลูกสร้างบ้านรวมกลุ่มกันเป็นหมู่บ้าน ผู้คนในสังคมรู้จักการประดับตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับประดับเช่น ลูกปัด และกำไลหิน กำไลหินเหล่านี้มีหลากหลายรูปทรงสะท้อนให้เห็นว่าคนในสังคมนี้มีความคิดในเรื่องของศิลปะและความงาม
ย
นอกจากนี้แล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าในสังคมนี้ต้องมีการปลูกพืชจำนวนมากเพื่อใช้เป็นอาหาร สันนิษฐานว่าเป็นข้าว และการดำรงชีพของกลุ่มคนเหล่านี้ยังต้องมีระบบการกักตุนอาหารไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง สำหรับ การใช้น้ำอาจใช้น้ำบ่อในช่วงฤดูแล้ง ข้อมูลการดำรงชีพเหล่านี้ได้มาจากการสังเกตและสอบถามชาวบ้านในตำบลวังประจบที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปได้ว่าคนในอดีตก็น่าจะมีระบบการดำรงชีพ และการปรับตัวที่คล้ายคลึงกับคนในปัจจุบันเช่นกัน หากพิจารณาจากบริบทของการเกิดการสร้างกล่องหินในแหล่งโบราณคดีบ้านวังประจบแล้วจะพบว่าในช่วงยุคหินใหม่ถือว่าเป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของมนุษย์ขนานใหญ่ กลุ่มคนในวัฒนธรรมนี้เริ่มรู้จักเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ การปลูกสร้างบ้านเรือน การก่อสร้างศาสนสถานที่ทำจากหินขนาดใหญ่ และเกิดพิธีกรรมทางศาสนาขึ้นอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก (Tilley 1996) เช่น การสร้างหินตั้ง (Megalith) จำนวนมากในแถบสแกนดิเนเวีย และการสร้างศาสนสถานในวัฒนธรรมนัททูเฟียน (Natufian culture) เป็นต้น สำหรับในเอเชียเองได้พบวัฒนธรรมไปหนาน (Peinan culture) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการมีระบบความเชื่อเกี่ยวกับความตายที่แน่นอน ส่วนในประเทศอื่นยังพบในเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย (Bellwood 1997) สุดท้ายนี้ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่ากล่องหินเหล่านี้ต่อมาได้พัฒนาเป็นการทำโลงศพที่ทำจากไม้ดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ส่วนแผ่นหินตั้งต่อมาได้พัฒนาเป็นใบเสมาในช่วงสมัยประวัติศาสตร์
นอกจากนี้แล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าในสังคมนี้ต้องมีการปลูกพืชจำนวนมากเพื่อใช้เป็นอาหาร สันนิษฐานว่าเป็นข้าว และการดำรงชีพของกลุ่มคนเหล่านี้ยังต้องมีระบบการกักตุนอาหารไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง สำหรับ การใช้น้ำอาจใช้น้ำบ่อในช่วงฤดูแล้ง ข้อมูลการดำรงชีพเหล่านี้ได้มาจากการสังเกตและสอบถามชาวบ้านในตำบลวังประจบที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปได้ว่าคนในอดีตก็น่าจะมีระบบการดำรงชีพ และการปรับตัวที่คล้ายคลึงกับคนในปัจจุบันเช่นกัน หากพิจารณาจากบริบทของการเกิดการสร้างกล่องหินในแหล่งโบราณคดีบ้านวังประจบแล้วจะพบว่าในช่วงยุคหินใหม่ถือว่าเป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของมนุษย์ขนานใหญ่ กลุ่มคนในวัฒนธรรมนี้เริ่มรู้จักเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ การปลูกสร้างบ้านเรือน การก่อสร้างศาสนสถานที่ทำจากหินขนาดใหญ่ และเกิดพิธีกรรมทางศาสนาขึ้นอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก (Tilley 1996) เช่น การสร้างหินตั้ง (Megalith) จำนวนมากในแถบสแกนดิเนเวีย และการสร้างศาสนสถานในวัฒนธรรมนัททูเฟียน (Natufian culture) เป็นต้น สำหรับในเอเชียเองได้พบวัฒนธรรมไปหนาน (Peinan culture) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการมีระบบความเชื่อเกี่ยวกับความตายที่แน่นอน ส่วนในประเทศอื่นยังพบในเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย (Bellwood 1997) สุดท้ายนี้ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่ากล่องหินเหล่านี้ต่อมาได้พัฒนาเป็นการทำโลงศพที่ทำจากไม้ดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ส่วนแผ่นหินตั้งต่อมาได้พัฒนาเป็นใบเสมาในช่วงสมัยประวัติศาสตร์
อ้างอิง
Bellwood, Peter
1997 Prehistory of the Indo-Malaysian Archipelago. USA: University of Hawai’I Press.
1997 Prehistory of the Indo-Malaysian Archipelago. USA: University of Hawai’I Press.
Renfrew, Colin and Bahn, Paul
1996 Archaeology: Theories, Methods, and Practice. Second edition, USA: Thames and Hudson.
1996 Archaeology: Theories, Methods, and Practice. Second edition, USA: Thames and Hudson.
Tilley, Christopher
1996 An Ethnography of the Neolithic: Early Prehistoric Societies in Southern Scandinavia. Cambridge ; New York : Cambridge University Press.
หมายเหตุ
เนื้อหาของบทความตัดมาจาก พิพัฒน์ กระแจะจันทร์. รายงานการขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านวังประจบ ต.วังประจบ อ.เมือง จ.ตาก. เสนอต่อองค์การบริหารส่วนตำบลวังประจบ และสำนักงานศิลปากรที่ 6 สุโขทัย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น